เมื่อเราตัดสินใจเปิดคลินิก
คุณก็ไม่ใช่หมอฟัน...อีกต่อไป

แรกเริ่มเดิมทีไม่ได้มีความตั้งใจจะเปิดคลินิกแต่นึกสนุกเลยเปิดขึ้นมาเล่นๆกะว่าพอไปเรียนต่อแล้วค่อยเซ้งให้คนอื่นก็ได้

หลังจากวางแผน ตระเวนหาทำเลจนได้เปิดก็ประมาณ 8 เดือน เปิดเสร็จคิดว่าคงจะไม่มีคลินิกที่2 อย่างแน่นอนเพราะบาดเจ็บสาหัสมาก เจ็บและจำสุดๆ เพราะดีลเองทุกอย่าง ไม่ได้จ้าง บริษัทรับเหมาแต่อย่างใด

ผ่านไป10 ปีก็ลืมความเจ็บปวดครั้งนั้นไปหมดสิ้น ปีกกล้าขาแข็งซื้อตึกและย้ายคลินิกมาที่ใหม่ไฉไลกว่าเดิม

จากห้องแถวแคบๆเป็นตึก 3 คูหา ความปวดร้าวในการตกแต่งก็ไม่ได้ต่างจากสิบปีที่แล้วเท่าไหร่นัก เพียงแต่ครั้งนี้กลับคิดว่า ถ้ามีโอกาสก็จะย้ายหรือขยายอีกแน่นอน

ด้วยพื้นฐานครอบครัวข้าราชการ ที่ไม่ได้มีหัวธุรกิจเลย จึงทำให้การทำคลินิกไม่เคยมีเรื่องกำไร/ขาดทุนอยู่ในหัวเลย รู้แค่ว่าได้ทำฟันในสถานที่ที่เราชอบ เครื่องมือที่เราอยากใช้ พนักงานที่เราควบคุมได้ สิ้นเดือนได้ค่าแรงมีกำไรนิดหน่อยก็โอเคล่ะ

การจัดการคนก็ทุลักทุเลพอสมควร ด้วยอายุก็ไม่เยอะ บวกกับขี้เกรงใจ และไม่เคยมีลูกน้องมาก่อน

ในมุมของผลประกอบการก็ไม่เอาถ่านเลยค่ะ5555 กำไรนิดหน่อยก็โอเคล่ะ ชอบมีพนักงานเยอะๆ ฟูลเซอร์วิซตลอดดดดด

ทุกครั้งที่มีปัญหาก็รู้สึกว่าคณะสอนเราทุกเรื่องเลย ทำไมไม่เห็นสอนเรื่องนี้เลยอ่ะ มันน่าจะมี “ภาควิชาการจัดการบริการทันตกรรม” เนอะ

จนวันนึงได้คุยกับน้องสาวซึ่งทำงานกับบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่ง ก็บ่นไปเรื่อยกับเรื่องเดิมๆ

จนนางหลุดออกมาว่า
Sis: ถ้าไม่อยากบริหารคนแล้วจะเปิดคลินิกทำไม ทำไมไม่เป็นมือปืน

ก็ตอบนางกลับไปว่า
Me: ก็อยากมีคลินิกเป็นของตัวเองอ่ะ ทำคลินิกคนอื่นแล้วมันขัดใจอ่ะ

นางก็สวนทันควัน
Sis: งั้นก็ไม่มีสิทธิเลือก...
“เมื่อตัดสินใจจะเปิดคลินิก
มึงก็จะไม่ใช่หมอฟันอีกต่อไป
มึงคือ...ผู้ประกอบการ จำไว้”

กว่าจะรู้ตัวว่าเราดำเนินธุรกิจที่มีเงินลงทุนหลักล้าน มีพนักงานสิบกว่าชีวิต ก็ผ่านมาหลายปี

ทุกวันนี้ก็ยังมีบาดแผลรายวันอยู่เลยค่ะ ก็เลยเป็นที่มาของเพจนี้ที่อยากจะให้ทุกคนมาแชร์เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยที่น่าจะเป็นประโยชน์กันนะคะ
Scroll to Top